หน้าหล

ย้อนอดีต

 

งานวิจัยพัฒนา

 

เครือข่ายบริการ

 

คนดีคนเก่ง

 

บทความ อ้างอิง

 

กิจกรรมพักสายตา

 

 

 

ดาวน์โหลดโปรแกรม Acrobat Reader เพื่ออ่าน PDF file
 

เดินทางโดยรถส่วนตัว

เดินทางโดยเครื่องบิน

  เดินทางโดยรถยนต์โดยสาร

เดินทางโดยรถไฟ

  บ้านรักสุขภาพ

สหกรณ์ออมทรัพย์ สธ.นศ.

ยินดีต้อนรับสู่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุ่งสง

 

 

เรื่องเล่า  ครั้งแรกในชีวิตที่ป่วย (มองผ่านเลนส์คนสาธารณสุข ย้อนดูระบบบริการในโรงพยาบาล)
ท่ามกลางวิกฤตที่ยังมีโอกาส กับวันที่ไข้เลือดออกรุกฆาตหมายชีวิต  หรือจะเรียกว่าวันทำสงครามแย่งชิงชีวิตก็ว่าได้

          เรื่องจริงจากคนสาธารณสุข มองผ่านเลนส์ระบบบริการโรงพยาบาล ในครั้งแรกของชีวิตที่ตัวเองป่วย  โดยที่ทั้งชีวิตไม่เคยเจ็บป่วยรุนแรงขนาดที่ต้องนอน รพ. และ หากเจ็บป่วยเล็กน้อยก็ไม่นิยมกินยา ไข้จะหายไปได้เอง เคล็ดลับ คือ ทำร่างกายให้แข็งแรง โดยออกกำลังกายสม่ำเสมอทุกวัน รับประทานอาหารถูกหลัก ถ่ายอุจจาระสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้เบิกบาน
 ณ บ้านย่านใจกลางเมือง วันที่เกิดเหตุ  ตรงกับวันพุธที่ 5 ตุลาคม 54 ข้าพเจ้าเริ่มมีอาการป่วย ไอแห้งๆ คลื่นไส้  (จำได้ตอนเที่ยงวันนั้น รับประทานขนมจีน ไม่ได้ทานข้าว ปกติไม่ชอบทานแต่บังเอิญมีคนซื้อมาฝาก) เมื่อมีอาการเจ็บป่วยก็นอนพัก ประมาณ 2 ชั่วโมงไม่ดีขึ้น กลับมีไข้มาเพิ่มเติม โทรบอกภรรยาซึ่งเป็นบุคลากรสาธารณสุขเช่นกัน ให้เอายามาให้กินหน่อย บ่าย 5 โมง ภรรยามาถึงบ้านเห็น นอนทรมวัดไข้ขึ้นสูง 39.5 เช็ดตัวลดไข้ และให้กินยาพาราเชตามอล ไข้ลดลงเล็กน้อย 38.5 จากนั้นก็เริ่มสูงปรี๊ดไปอีก (39.4 ) ก็เช็ดตัวเหมือนเดิมรอบแล้วรอบเล่า  อาการไข้สูงลอยอยู่ 2 วัน อาการทั่วไปยังโงหัวไม่ขึ้น ทั้งๆที่มีความพยายามแล้ว กินข้าวต้มและน้ำหวานได้น้อยนิด อาเจียนออกเกือบหมด ดีแต่ว่าความดันโลหิต และชีพจร การหายใจดีมาก เข้าวันที่ 6 ประมาณ 3 ทุ่ม ไข้เริ่มลด เหงื่อออกท่วมตัว  ความดันโลหิตดี แต่ชีพจรชักเบาลงมากว่าปกติ สักประมาณ 1 ชม.ผ่านไป ชีพจรกลับสู่ปกติ ตื่นเช้าวันที่ 7 เริ่มทานอาหารเช้าได้พอสมควร แต่ยังไม่กล้าออกไปไหนไกล พอค่ำบอกภรรยาว่ารู้สึกว่าจะมีอาการป่วยเหมือนตอน เริ่มเป็น จากนั้นก็เข้านอน แต่นอนไม่หลับเนื่องจากไอมาก และในปอดได้ยินเสียงวี้ดๆ มากมาหลายวัน อาการทรงๆเนื่องจากอยู่บ้านคนเดียวมาตลอดภรรยาไปทำงานและพักค้างวันศุกร์จึงกลับบ้าน ประมาณเกือบเที่ยงคืนภรรยาจะพาไป รพ.เอกชนแต่เราก็ไม่ค่อยอยากไปเพราะเรารู้อาการที่เป็นอยู่ ว่าเป็นอย่างนี้มาหลายวันแล้ว แต่เห็นภรรยากระสับกระส่ายกลัวจะเป็นห่วงมากก็เลยไป.แพทย์ตรวจบอกว่าถุงลมโปงพอง งงๆ อยู่นะ เพราะเราไม่มีปัจจัยเสี่ยงอะไรมาก่อนเลย ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา แม้ว่าเมื่อก่อนอยู่บางขันย่ำถนนลูกรังมาหลายปีแต่นั่นมันก็นานมาเกือบยี่สิบปีแล้วแล้วไม่น่าจะ COPD  หมอสั่งยาพ่น และให้ออกซิเจน ฉีดยาเข้าน้ำเกลือรู้ๆว่าคง แอนตี้ไบโอติกขนาดแรง  ขนาด 2 แกรม เพราะหมอเวร คาดเดาว่าติดเชื้อในกระแสโลหิต ว่าเข้านั้นถ้าตายก็ไมเสียชื่อหมอ (...555)  อาการต่างๆก็เหมือนเดิม ให้น้ำเกลือ นอน  รพ. เจาะเลือด CBC ตรวจปัสสาวะอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่คืนนั้นบอกตรงๆเลยว่านอนไม่หลับ เพราะปกติไปนอนค้างบ้านเพื่อนก็นอนไม่ค่อยหลับอยู่แล้ว รุ่งเช้า แพทย์ตรวจ อาการทั่วไปบอกว่าปกติดี แต่เราก็ฟังปอดมีเสียงหวีดเหมือนเดิมไอก็แห้งเหมือนเดิม ก็อนุญาตให้กลับบ้าน แต่จากการสังเกตสีอุจจาระ เป็นสีดำ เหนียว ไม่เหลว คืนนั้นถ่าย 4 ครั้ง ปัสสาวะ 7ครั้ง อาการทั่วไปดีกลับมาพักผ่อนที่บ้านแพทย์ให้ยามาทาน  5 อย่าง กินครบ ปรากฏ ว่าคืนนั้นนอนไม่หลับ เพิ่งมางีบได้ตอน ตี 4 เช้าอาการทั่วไปดี  ชวนภรรยาไปทานอาหารเช้าที่ร้านอาหารดังเพื่อเพิ่มพลัง ก็ บักกูเต๋ นั่นแหละ แต่พอทานไป 2 คำ เริ่มอาการไม่ดี คลื่นไส้  ก็ชวนกันเดินกลับไปขึ้นรถซึ่งจอดไว้อีกฝั่ง ระหว่างทางมี อาการหน้ามืด ตัวแข็ง ก้าวเท้าไม่ออก ภรรยาเรียกคนมาช่วย นั่งพักบนรถ สักประมาณ 5 นาที  อาการ ดีขึ้น (อาจเพราะท้องว่างมานานและนอนไม่หลับสองคืน) ก็กลับมาพักที่บ้าน  ที่นี้สงสัยยาแย่งกันออกฤทธิ์ ก็คนไม่เคยป่วยไม่เคยทานยามากๆ มา50 ปีแล้ว เท่าที่จำได้ เลยทำให้ปวดท้องเต็มทั้งหน้าท้อง หาจุดปวดจริงๆไม่ได้ ภรรยาเป็นห่วงจึงพาไป รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช  เนื่องจากวันนั้นเป็น วันอาทิตย์ จึงเข้าตรวจที่ ER หมออินเทิร์น หญิง ตรวจแล้วบอกว่าสงสัยเป็นนิ่วในถุงน้ำดี   หมอสั่ง  ทำอัลตร้าซาว  ปรากฏว่าไม่พบอะไรตามที่หมอสงสัย  ให้ยาแก้ปวด (Buscopan) และขอตรวจเลือด CBC ผลทุกอย่างปกติ ยกเว้น เกร็ดเลือด มีค่า 96,000 cell/cumm หมอบอกว่าผลเลือดปกติ และจะอนุญาตให้กลับบ้าน แต่ภรรยาเห็นว่าค่าเกร็ดเลือดดูจะต่ำ(ค่าปกติเท่าที่ทราบ 100,000  cell/cumm  ขึ้นไป) ประกอบกับยังมีอาการปวดแน่นท้องมาก จึงไม่พากลับ จากนั้นประมาณ(ครึ่งชั่วโมง)อาการปวดก็ไม่ดีขึ้น หมอก็เพิ่มยาแก้ปวด Losec ยาหยุดการเคลื่อนไหวของกระเพาะลำไส้ ) หมอได้ปรึกษากันในทีม และให้ข้อวินิจฉัยว่าสงสัยเป็นไข้เลือดออก(ข้าพเจ้าคาดการอยู่แล้วว่าเป็นไข้เลือดออกแต่ไม่กล้าบอกหมอ เคยเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไข้เลือด กลับมาเป็นเสียเอง แหมมันน่าเจ็บใจนักเชียว)
หมอสั่งให้นอนโรงพยาบาลพักดูอาการสั่งให้น้ำเกลือและเข้าพักตึกอายุรกรรมทั่วไป ขอจองห้องพิเศษไว้ แต่ต้องรอผลพรุ่งนี้ ว่าแพทย์เจ้าของไข้ในตึกจะอนุญาตหรือไม่ และห้องพิเศษตึกอายุรกรรมจะว่างหรือเปล่า(ห้องพิเศษหายากยิ่งกว่าทอง) ข้าพเจ้าเข้ามานอนในตึกอายุรกรรม 3 สภาพบรรยากาศดูไม่แออัดมาก คนไข้ประมาณ 30 เตียง ล็อคแรกคนไข้หนักใส่ท่อช่วยหายใจ  ล็อกสองสามอาการเบาลงมาตามลำดับ แต่โดยรวมแล้วพบว่าโรคที่เป็นกันจะเป็นโรคไม่ติดต่อ โรคเรื้อรัง (เบาหวาน ความดัน มะเร็ง ไตวาย) เข้ามานอนในตึกอายุรกรรม 3 คืนนั้น สภาพปัญหาของข้าพเจ้า คือ  แน่นท้องทุรนทุราย กระอักกระอ่วน มากเกือบทั้งคืน พยายามไปเข้าห้องน้ำ เพื่อไปปัสสาวะ และผายลมออกบ้าง ดีขึ้นเป็นช่วง แม้ว่าตึกอายุกรรม  รวมจะเป็นตึกสร้างใหม่ สองหลังผู้ป่วยไม่แน่นมากนัก แต่การเข้าพักห้องรวมที่โรงพยาบาล  มันแสนจะทรมานมาก เพื่อนรอบข้างจะเต็มไปด้วยสารพัดป่วย ทั้งเสียงครวญคราง เสียงซักชั่น เสียงไอ  สารพัดเสียง ตลอดทั้งคืน  รอบๆตัวเราคงมีเชื้อโรคปลิวว่อนไม่รู้กี่เชื้อโรค... (ถ้าหลีกเลี่ยงได้อย่าป่วยเลยครับผมก็เพิ่งเจอครั้งแรกในชีวิตที่ต้องนอนโรงพยาบาล) ที่ตึกอายุรกรรม  เรามีน้องๆพยาบาลที่เป็นคนรู้จักหลายคน รวมทั้งภรรยาก็มีทั้งเพื่อนร่วมรุ่นและคนรู้จักมาก เพราะอยู่ในวงการเดียวกัน   หมอสั่งให้น้ำเกลือรวดเดียว 3 ถุงต่อเนื่อง เข้าห้องน้ำกันไม่หวาดไม่ไหว รุ่งเช้านักศึกษาแพทย์ ขึ้นกันเป็นกลุ่ม มาสำภาษณ์ผู้ป่วย น่าจะเป็นวิชา  clinical เป็นการหาประสบการเชิงประจักษ์ เพราะเป็นการฝีกถามอาการจากผู้ป่วยโดยตรง เหมือนหมอยอดนักสืบเลย (The symptom) เพราะหลังจากนั้นตอนที่หมอขึ้นมาราววอร์ด เห็นตามมาเป็นกลุ่มๆ คนไหนสนใจโรคไหนก็จะตามอาจารย์หมอโรคนั้น เห็นอธิบายกันเหมือนเราเรียนเรื่องโรคนั้นๆเลย เราแอบยิ้ม บังเอิญ เราเป็นไข้เลือดออก และรู้เรื่องโรคอย่างดี  นักศึกษาแพทย์ฟังแล้วจดและถามกันใหญ่  นักศึกษาแพทย์ แต๋ว ซักประวัติได้เก่งมากจากการซักประวัติเรา สอบถามเข้าประเด็น ตั้งแต่วันเริ่มป่วยไข้สูงลอยกี่วัน ทำทูนิเกเทตมีผื่นขึ้นไหม อุจจาระเป็นสีอะไร ขอดูผล CBC เกร็ดเลือดจำนวนเท่าไร  พบว่า 96000 ตั้งสมมติฐานว่าน่าจะเป็นไข้เลือดออก ซึ่งเรานึกในใจไว้นานแล้ว แต่ไม่กล้าเสนอแนะหมอ กลัวหมอจะ หาว่ารู้มากรู้แล้วมาหาหมอทำไม  ที่มาเพราะเอาใจภรรยานะ และวันนี้ก็เป็นวันที่ 5 ของการป่วยซึ่งไข้เลือดออกถือว่าเป็นวันอันตรายสุด
รุ่งเช้าเข้าห้องพักพิเศษอายุรกรรมสี่ ห้องพักสบายเป็นส่วนตัว อานิสงจากภรรยาใช้สิทธิหัวหน้าพยาบาลขอพิเศษเฉพาะตัว คิดว่าน่า ได้พิเศษจริงๆ  จริงอย่างว่าพอไปอยู่ห้องพิเศษ น้องพยาบาลจาก รพ.มหาราชหลายคนขึ้นมาเยี่ยม  เลยไม่รู้ว่าเป็นอานิสงจากผู้ใด  พออยู่ตึกพิเศษก็เป็นคนไข้ของหมอเฉพาะ เราเป็นคนไข้ของหมอ พญ....   พออ่านผลเอ็กสเรย์และฟังเสียงปอดหมอสั่ง หยุดน้ำเกลือ ที่ยังให้อยู่ต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่า น้ำท่วมปอดแล้ว เรารู้สึกดีขึ้นทันที เพราะไม่ต้องมีเครื่องพันธนาการ ไปไหนก็สะดวกขึ้น ห้องพักผู้ป่วยพิเศษสะดวกสบายขึ้น คืนนั้นนอนหลับสบาย ทั้งคนเฝ้าไข้และคนไข้ เพราะมีเตียงให้แยกนอนคนละเตียง คืนก่อนที่ห้องรวมสงสารคุณภรรยา(คนเฝ้าไข้)มากไม่มีที่นอนเลยต้องนอนพื้นใต้เตียงคนไข้ เราไม่เคยป่วยไม่เคยทราบคนเฝ้าไข้ต้องทรมานมาก ต้องรับทั้งหมดทั้งไอทั้งเสมหะของผู้ป่วยรายอื่นที่ล้อมรอบเรา  หากเป็นไปได้อย่าป่วยเลย  ขนาดผู้ป่วยหายแล้วคนเฝ้าไข้ยังไออยู่เลย ไม่ทราบน้องๆพยาบาลทั้งหลายที่ตึกทนอยู่ได้อย่างไร ต้องทำงานอยู่อย่างนี้  ตลอดเวลา แค่เวรละ 3 - 4 คน ค่าตอบแทนก็น้อยนิด เสื้อเหลือก็ไม่มีแล้ว ถ้าเทียบกับ แพทย์ ที่ขึ้นมาวันละครั้งและก็เดี๋ยวเดียวก็ไป 1500 กับ100.000 บาท หรือเภสัช  50000 อยู่เฉพาะในห้องยา  (กระทรวงนี้ช่างแบ่งอย่างเป็นธรรมจริงๆๆๆใครคิดหว้า....) เฮ้ยป่วยแล้วฟุ้งซ่านอีก...555...
หมอ 5 คนที่ตรวจโรคเราวินิจฉัยแยกโรคไม่ตรงกันเลย  ไม่เหมือนหมอยอดนักสืบที่เราดูมาเลย คนที่4และคนที่ 5 ตรวจตรงกันแต่รักษา ไม่เหมือนกัน คนที่4 สั่งให้น้ำเกลือตลอด คนที่ 5 สั่งหยุดน้ำเกลือ อาการจึงเริ่มดีขึ้นตามลำดับ  แต่หมอพบว่าการที่น้ำท่วมปอดทำให้หัวใจโต หรือหัวใจโตมาก่อนเพราะ ผลเอ็กเรย์ พบว่าหัวใจโตกว่าคนปกติ เพราะปกติ หัวใจ ขนาด3 ใน 4 ส่วนของส่วนที่ตั้ง แต่ของเรา 1 ใน 2 ส่วน หมอเลยนัดไปแอ๊คโค่หัวใจ ต้นปีหน้า  26 ม.ค.54 เรานอนห้องพิเศษ 5 วัน มีเรื่องขำๆเล่าสู่กันฟังนิดหนึ่ง...เราไม่ไป รพ.หลายปีไม่ป่วยไม่รู้ไปทำไม...ไปก็ไปประชุมที่ห้องประชุมแต่ไม่ได้ไป ที่ตึกผู้ป่วย..ครั้นไปนอนที่ตึกผู้ป่วยเลยสงใสว่าผู้ช่วยเหลือคนไข้ หรือชุดเหลืองหายไปไหนกันหมด...เมื่อก่อนเยอะเลย..ครั้นไปนอนที่ หอผู้ป่วยพิเศษจึงเจอ ถึงบางอ้อ หายสงใส  ตรงนี้แหละที่เป็นจุดขำขำ ที่หอผู้ป่วยพิเศษ มีการตรวจเช็คผู้ป่วยวันละ 3 ครั้ง คือเช้ามืด ตีห้าครึ่ง พยาบาลจะนำเครื่องยิงวัดไข้ ตรวจเช็คความดันโลหิต คำนวณการเต้นหัวใจ  ตอนสายๆก่อนหมอขึ้นตรวจโรคประจำวัน น้องพยาบาลก็ปฏิบัติทุกวันก็จะปอกผู้ป่วยว่าไม่มีไข้ ความดันและหัวใจปกติ  แต่ตอนก่อนนอน น้องชุดเหลืองก็มาดำเนินการแทนพยาบาล ของทุกวัน เช่นกัน และคำตอบก็บอกผู้ป่วยว่า ..ไม่มีไข้ ความดัน 150 /80 ปกติ แล้วก็ไปเหมือนกันทุกวัน..ความดัน  150/80 ปกติ เอามาจากไหนใครสอนหรือจำมา   ..ฮาฮาๆๆๆ..... 

 

ข่าวความเคลื่อนไหว

 

 

 

ไข้หวัดไหญ่ 2009

กระทรวงสาธารณสุขมั่นใจว่าสามารถควบคุมเชื้อไม่ให้แพร่ระบาดในวงกว้างได้ พร้อมจะรักษาผู้ป่วยไม่ให้เสียชีวิต แต่เพื่อการพิชิตโรคร้ายอย่างมีประสิทธิภาพ การปฏิบัติตัวที่ทุกคนทำได้คือ เมื่อรู้ตัวว่าเจ็บป่วยหรือเป็นไข้หวัดควรพักรักษาตัว และพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรค และควรสวมหน้ากากอนามัยป้องกันการแพร่เชื้อ

 ในส่วนของสถานประกอบการ เช่น ผับ ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ ควรล้างแอร์ และทำความสะอาดร้านอย่างสม่ำเสมอ เพราะนอกจากจะยับยั้งเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 แล้ว ยังสามารถฆ่าเชื้อโรคอื่นๆ ได้อีกด้วย อย่างไรก็ดีพึงระลึกอยู่เสมอว่าเชื้อโรคจะแพร่กระจายได้รวดเร็วหรือไม่นั้นขึ้นอยู่ที่การระแวดระวังตัว หากอยู่ในที่โล่ง ไม่แออัด อากาศถ่ายเทสะดวกก็จะปลอดภัยกว่า

  ความรู้ความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและประชาชนทุกคน เป็นหัวใจสำคัญที่สุดของความสำเร็จ ในการเฝ้าระวังและป้องกันและลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรค กระทรวงสาธารณสุขจึงเน้นย้ำคำแนะนำประชาชน อาสาสมัครสาธารณสุข และสถานศึกษา เพื่อความร่วมมือในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิด เอ เอช1 เอ็น1 ของประเทศ มีคำแนะแยกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

ในกลุ่มประชาชนทั่วไป ควรดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานโรค รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ สร้างสุขนิสัยในการป้องกันโรค เน้นกินของร้อน ใช้ช้อนกลาง หมั่นล้างมือ และใช้หน้ากากอนามัยเมื่อมีอาการไอ ผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ หากมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ปวดเมื่อยตามตัว ควรรีบไปพบแพทย์ หากพบผู้ใกล้ชิดมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เพิ่มเดินทางกลับมาจากต่างประเทศภายใน 7 วัน ควรแนะนำไปพบแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

กลุ่มโรงเรียนและสถานศึกษา เมื่อเปิดภาคเรียน ควรสำรวจนักเรียนเป็นประจำทุกวัน สังเกตอาการป่วยของนักเรียน ดูแลนักเรียนที่ป่วยอย่างถูกวิธี สอนและให้คำแนะนำวิธีรักษาสุขภาพและป้องกันโรคแก่นักเรียน จัดสิ่งแวดล้อมและอำนวยความสะดวกเพื่อสนับสนุนการป้องกันโรคในโรงเรียน ตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ

กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข ขอให้เฝ้าระวัง สังเกตประชาชนในหมู่บ้าน หรือชุมชนที่รับผิดชอบ หากพบผู้ที่มาอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ ควรแนะนำให้ไปพบแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ภายใน 7 วัน และรายงานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เผยแพร่ความรู้และให้คำแนะนำ เพื่อการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขและหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม โทร 0-2590-3333  สายด่วนหน่วยเคลื่อนที่เร็วให้การช่วยเหลือของกระทรวงสาธารณสุข
ใสใจตัวเอง และคนรอบข้างสักนิด พิชิตเชื้อโรคร้ายอยู่หมัด!!!


ค้นคว้าโดย

    

ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เพื่อบรรเทาอาการไข้หวัดใหญ่2009ได้จริงหรือ?

ช่วงนี้พวกคุณหมอทั้งหลายขู่แกมบังคับให้พาเด็กๆไปฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เพื่อว่าหากติดเชื้อหวัดใหญ่2009 อาการจะได้ไม่หนัก คุณคิดว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร มันบรรเทาอาการได้จริงหรือ ขนาดหมอเองยังกลัว ทั้งๆที่มันคนละสายพันธุ์ แล้วเขาจะให้เราฉีดเพื่ออะไร จำเป็นต้องเชื่อหมอหรือไม่?
ถ้าเราไม่ฉีดแล้วเราเกิดติดเชื้อขึ้นมา เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเราไม่ตายแน่ๆค่ะ สงสัยจัง ที่ตายกันจริงๆเพราะอะไรกันแน่ มีโรคแทรกซ้อนอื่นร่วมด้วยอยู่แล้วใช่หรือไม่ แฮะ.. วันนี้ตายแล้ว 14 คนคะ ทั้งเด็กทั้งวัยฉะกรร อย่างไรกันแน่

เด็กๆ...ฮง

 

  

 

  • สำหรับการทำพิธี โดยละเอียด ตั้งแต่การจัดเตรียมสถานที่ การนิมนต์พระ การประกอบพิธี ประธานต้องทำอะไรบ้าง bullet.gif (803 bytes)สนใจถามลุงสานิตได้

     


       

  •  

                

      การปฏิบัติตนให้มีชีวิตยืนยาว

            การปฏิบัติตนให้มีชีวิตยืนยาว มี 7 ประการด้วยกัน คือ

    1.งดการสูบบุหรี่

    2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

    3. รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

    4. ควบคุมจิตใจของท่านอย่าให้มีความเครียดมาก

    5. ควบคุมความดันเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

    6. ถ้าระดับโคเลสเตอรอลหรือไขมันในเลือดสูงกว่าปกติ ต้องเปลี่ยนแปลงชนิดอาหารหรือควบคุมอาหาร และรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ

    7. ไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะได้หาวิธีป้องกันรักษาโรคหัวใจและโรคอื่นๆ ได้

               ครศรีธรรมราช ไว้วางใจ  โรงพยาบาลนครพัฒน์ 



     

      บ้านรักสุขภาพ  รับปรึกษางานวิจัย และวิเคราะห์ข้อมูลทุกชนิด
      

      



    สาระเพื่อสุขภาพ

     โรคเบาหวาน จากวารสาร
     ไข้เลือดออก จากวารสาร
     มะเร็ง จากวารสาร
     ายใยรักษ์  -  ขำๆ กับ   เรื่องของ ตด  ภญ ทัศนีย์

    สบาย..สบาย

      หมออนามัย
     
     
     
     

    จาก ภาพยนตร์


    ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะเยี่ยมเยียน    หากมีข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเว็บไซต์นี้    กรุณาเสนอแนะเราได้ในสมุดเยี่ยม


    ศูนย์ประสานงานการรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ ประเทศไทย

    แจ้งเตือนไวรัสตัวใหม่พร้อมวิธีป้องกันและแก้ปัญหา

    ข้อมูลสุขภาพ นครศรีธรรมราช

    หลังคาเรือน
    รักษาพยาบาล
    ประกันสุขภาพ
    จำนวนประชากร
    วิจัยเพื่อสุขภาพ

    Links

    กระทรวงสาธารณสุข

    กระทรวงสาธารณสุข
    กรมควบคุมโรคติดต่อ
    กรมอนามัย
    กรมการแพทย์
    กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
    กรมสุขภาพจิต
    สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
    สถาบันการแพทย์แผนไทย
    องค์การเภสัชกรรม
    สำนักงานประกันสุขภาพ
    สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
    สำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ
    สำนักพัฒนาเครือข่ายบริการสุขภาพ (สคส.)
    ศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านเวขภัณฑ์

    องค์กรวิชาชีพ

    แพทยสภา
    ทันตแพทยสภา
    สภาเภสัชกรรม
    สภาการพยาบาล
    ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องของแพทย์

    ราชวิทยาลัย

    ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์
    ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์
    ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์
    ราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์
    ราชวิทยาลัยจิตแพทย์
    ราชวิทยาลัยเวชศาสตร์ฟื้นฟู
    ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์
    ราชวิทยาลัยรังสีแพทย์
    ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิก
    วิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว

    ประชาคม ชมรม สมาคม

    แพทยสมาคม
    พยาบาลดอทคอม
    สถานีอนามัยดอทคอม
    สมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย
    ชมรมข้อมูลข่าวสารทางการแพทย์

    สาระ

    สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล
    กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.)
    สำนักงานประกันสังคม

    จังหวัดนครศรีธรรมราช

    จังหวัดนครศรี

    .ราชภัฎ นครศรี

    การท่องเที่ยว

     .วลัยลักษณ์

    มรามคำแหง

    .สุโขทัยธรรมาธิราช

     ม.มหิดล

    .จุฬาลงกรณ์

    อำเภอทุ่งสง

    เทศบาลเมืองทุ่งสง

    วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้

    โรงเรียนทุ่งสง

    โรงเรียนรัตนศึกษา

    โรงเรียนรัตนศึกษา ชนปรีดา

    สาธารณสุขนครศรีธรรมราช

    วิทยาลัยพยาบาลนครศรี

    กลุ่มเภสัชกรโรงพยาบาล จังหวัดนครศรีธรรมราช

    โรงพยาบาลค่ายวชิราวุธ

    โรงพยาบาลนครินทร์

    เว็บสมาชิก

    หนังตะลุง

    ห้องสมุดไทย

     

     


    Click for Nakhon Si Thammarat, Thailand Forecast

       th.yahoo.com

     

    1 Google

        

     
    .
    Postal address ชั้นสองโรงพยาบาลทุ่งสง ถนนชัยชุมพล อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช 80110
     
    Electronic mail : e-mail : : sanitpsg@hotmail.co.th
    e-mail : :Webmaster:: sanitpsg@Gmail.com

    Telephone: 075412048
    FAX: 075412048
    1

    ท่านเยี่ยมชมลำดับที่